กลยุทธ์ในการตั้งราคาและโปรโมชั่นสำหรับขายของใน Shopee
2665 views | 01/06/2022
Copy link to clipboard
Content Creator

ทำธุรกิจออนไลน์บนแพลตฟอร์มที่คนเข้าถึงง่ายอย่าง Shopee ผู้ขายจะต้องไม่ลืมที่จะหาเทคนิคหรือกลยุทธ์เจ๋ง ๆ ในการตั้งราคาสินค้าและโปรโมชั่นดี ๆ ไว้สำหรับขายของใน Shopee อยู่เสมอ เพราะเป็นหนึ่งวิธีที่ง่ายและได้ผลจริงในเรื่องการสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ ที่จะช่วยทำให้ยอดขายสินค้าในร้านของคุณปังเร็วที่สุด



แต่กลยุทธ์การตั้งราคาและโปรโมชั่นแบบไหนที่จะสามารถดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าหันมาสนใจซื้อสินค้าในร้านของเรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและจัดโปรโมชั่นให้ตรงกับตลาดมากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านรู้สึกว่าการซื้อสินค้าชิ้นนี้มันคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับเขา



การตั้งราคาสินค้าที่ขายใน Shopee


การตั้งราคาสินค้า เป็นเครื่องมือที่กำหนดความต้องการสินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายและฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลัก ๆ แล้วร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้แนวคิดการตั้งราคาที่บวกเพิ่มจากต้นทุนที่มีอยู่ แต่ด้วยเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปทำให้ร้านค้าออนไลน์หลายเจ้าต้องการที่จะเน้นกำไรจากการขายให้ได้มากที่สุด 


ซึ่งการตั้งราคาสินค้าให้ตรงกับตลาดหรือแบนด์ของตัวเองใน Shopee จะมีกี่วิธีที่สามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และมียอดออเดอร์การสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสายบ้าง ตามไปดูกลยุทธ์สุดปังที่ใช้ดังนี้ 




ตั้งราคาจากต้นทุนที่มีอยู่ บวกกำไรที่ต้องการ


ผู้ขายจะต้องตั้งราคาจากต้นทุนที่มีอยู่ ทั้งทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง เอาไปบวกกับกำไรที่ต้องการ และดูราคาจากตลาดใน Shopee หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเช็คราคาจากทางคู่แข่ง พร้อมดูราคาในตลาดออนไลน์อื่น ๆ แล้วมาตั้งราคาปลีกที่เหมาะกับสินค้า และคิดว่าร้านค้าของคุณจะขายได้ดี 


ตั้งราคาจากการดูคู่แข่งใน Shopee

ผู้ขายจำเป็นจะต้องเข้าไปดูคู่แข่งจากใน Shopee อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าสินค้าที่ขายเหมือนกับร้านของเราถูกตั้งราคาขายอยู่ที่เท่าไหร่ เป็นการดูตลาดที่ทางร้านจะนำสินค้าไปขายคร่าว ๆ จากนั้นผู้ขายอาจจะตั้งราคาสินค้ากลาง ๆ หรือต่ำกว่าร้านคู่แข่งเล็กน้อย เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าให้ได้มากที่สุด 


ตั้งราคาขายยอดนิยมใน Shopee

ผู้ขายจะต้องตั้งราคาขายสินค้าที่เป็นราคายอดนิยมใน Shopee หรือตลาดออนไลน์ที่คุณกำลังจะนำสินค้าไปลงขาย ซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้าส่วนใหญ่ยินดีและยินยอมจ่ายให้สำหรับรายการสินค้าที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งผู้ขายควรจะสำรวจสินค้าที่ต้องการขายบน Shopee อย่างละเอียด โดยเข้าไปในหมวดหมู่สินค้าที่ต้องการจะขาย แล้วกดไปที่รายการสินค้ายอดนิยม เพื่อนำราคาสินค้านั้นมาเปรียบเทียบและใช้ตั้งเป็นราคาสินค้าของร้านคุณ


ตั้งราคาตามคุณภาพ ณ จุดตัดสินใจซื้อ

ผู้ขายจะต้องตั้งราคาสินค้าตามคุณภาพและตั้งราคาสินค้าให้แตกต่างกัน ณ จุดตัดสินใจซื้อในช่วงเวลานั้น ๆ ทั้งนี้สินค้าใน Shopee จึงสามารถขายได้ทั้งถูกกว่า และแพงกว่าออฟไลน์เสมอ ซึ่งผู้ขายจะทำกลยุทธ์ให้มันมีความแตกต่างในเรื่องของโปรดักส์สินค้าหรือจะขายตัดราคาไปเลยก็ได้ แม้กระทั่งบน Shopee เอง ในแต่ละวันแต่ละช่วงเวลา ผู้ขายไม่จำเป็นจะต้องขายในราคาเท่ากันเลยก็ได้ด้วยซ้ำ เพราะลูกค้าจะตัดสินใจเมื่อเขาพร้อมจะซื้อหรือมีกำลังซื้อในช่วงเวลานั้น ๆ เอง


ตั้งราคาแบบยืดหยุ่น (Dynamic Price)

ผู้ขายจะต้องตั้งราคาสินค้าแบบยืดหยุ่น ไม่เท่ากัน หรือที่เรียกว่า Dynamic Price เป็นการตั้งราคาสินค้าและบริการชนิดเดียวกันหลายราคา แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาด้วยเหตุผลบางอย่าง อาทิ ราคาตั๋วเครื่องบิน , ราคาที่พัก หรืออีเว้นท์ต่าง ๆ ซึ่งราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณความต้องการในการจอง


ยกตัวอย่างเช่น ราคาโรงแรมในช่วง Low Season ที่คนไม่นิยมเดินทางท่องเที่ยว เพราะเห็นว่าราคาที่พักโรงแรมจะลดลง แต่ในขณะช่วง High Season ราคาของที่พักจะเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น



การทำโปรโมชั่นขายของใน Shopee


การทำโปรโมชั่น ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมในด้านการขายสินค้าที่พร้อมจะช่วยกระตุ้นยอดขายชั้นดีให้กับร้านค้าของคุณ และเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ให้มาสนใจสินค้าของคุณพอ ๆ กับการตั้งราคาเลยก็ว่าได้ ถึงแม้กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นจะไม่เคยซื้อสินค้าจากทางร้านค้าคุณเลยก็ตาม แต่พอได้เห็นโปรโมชั่นและส่วนลดที่น่าสนใจแล้ว ก็อาจจะอยากลองมาซื้อสินค้าในร้านคุณก็เป็นได้ เรียกว่าเป็นตัวช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อของได้เร็วยิ่งขึ้น 


ซึ่งการจะทำโปรโมชั่นขายของใน Shopee ให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า และลูกค้ามีความรู้สึกว่าสินค้าของร้านเรามีคุณภาพดี ซื้อมาใช้ได้อย่างคุ้มค้าคุ้มราคามากที่สุด ผู้ขายสามารถทำตามกลยุทธ์เจ๋ง ๆ ได้ดังต่อไปนี้ 



1. สำหรับร้านค้าใหม่ที่ต้องการโตไว


ทำโปรโมชั่นป้ายเหลืองใน Shopee : แนะนำให้ร้านค้าทำโปรโมชั่นราคาป้ายเหลืองให้เป็น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโปรส่วนลด ยกตัวอย่างเช่น ราคาเคลมตัดลงมาเพื่อขายในราคาจริงเท่าไหร่ มีส่วนต่างราคาหรือเปอร์เซนต์ส่วนลดอยู่ที่เท่าไหร่ เป็นต้น


เข้าร่วมแคมเปญกับ Shopee : ร้านค้าจะต้องรู้จักเข้าร่วมแคมเปญกับ Shopee ให้เป็น เพราะแคมเปญเหล่านี้มันช่วยดันอัลกอริทึมให้ร้านและสินค้าของเรามีการมองเห็นมากขึ้น


ทำ Follow Prize สำหรับผู้ติดตามใหม่ : ร้านค้าจะต้องทำ Follow Prize หรือรางวัลสำหรับผู้ติดตามใหม่ให้เป็น เพราะต้องการให้ลูกค้ามากดติดตามร้านค้าเยอะที่สุด เพื่อให้ร้านค้าของเราเป็นที่รู้จักและเติบโตได้เร็วที่สุดใน Shopee


2. สำหรับร้านค้าที่ต้องการขยายผล ต่อยอดขาย


ทำโปรโมชั่นคูปอง : ร้านค้าจะต้องทำโปรโมชั่นคูปองส่วนลด เพื่อสร้างลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับทางร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลดสินค้าหรือคูปองสำหรับลูกค้าใหม่ที่เข้ามากดติดตามร้านค้าของเรา ซึ่งการสร้างคูปองก็เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น มุ่งเน้นเพิ่ม Conversion Rate แบบไม่เสียราคาขาย


ทำโปรโมชั่นจัดส่ง : ร้านค้าควรทำโปรโมชั่นค่าจัดส่งเพื่อเพิ่มอัตราคำสั่งซื้อของลูกค้า เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้ากดเพิ่มสินค้าในรถเข็น ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าของคุณมีโอกาสในการขายสินค้าที่สูงขึ้น ต่อคำสั่งซื้อในแต่ละครั้ง การทำโปรโมชั่นค่าจัดส่งสามารถช่วยสร้างความภักดีของลูกค้าให้กับร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกค้าเปรียบเทียบกับร้านคู่หรือสินค้าที่คล้ายกัน


ทำโปรโมชั่นขายส่ง : ร้านค้าจะต้องทำโปรโมชั่นขายส่งให้เป็น เพราะลูกค้าที่เข้ามาซื้อของใน Shopee ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลูกค้าปลีก ร้านค้าจะต้องตั้งช่วงราคาเพียงแค่ 2 - 3 ช่วงเท่านั้น อย่าตั้งเยอะไปมากกว่านั้น 


การทำ Bundle Deal : Bundle Deal คือระบบใน Seller Centre ซึ่งทำให้ร้านค้าสามารถสร้างดีลพิเศษ ที่จะมอบส่วนลดให้ผู้ซื้อ เมื่อทำการซื้อสินค้าแบบเป็นชุด โดยร้านค้าสามารถสร้างและจัดการ Bundle Deal ได้ด้วยตัวเอง


- เลือกจัดชุด Bundle Deal จากสินค้าในร้านของคุณ

- เลือกประเภทของส่วนลด

- ดู และ export รายละเอียดของคำสั่งซื้อ


ผู้ซื้อจะเห็นป้าย Bundle Deal บนสินค้าของคุณขณะช้อปปิ้งอยู่


Bundle Deal สามารถดึงดูดผู้ซื้อให้คลิกเข้าชมสินค้าของคุณมากขึ้น ขายสินค้าได้จำนวนเพิ่มขึ้นต่อหนึ่งคำสั่งซื้อ และช่วยเพิ่มยอดขายอีกด้วย 


การทำ Add-on Deal : Add-on Deal คือเครื่องมือใน Seller Centre ที่ทำให้ร้านค้าสามารถเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าที่เลือกทำโปรโมชั่น และมอบส่วนลดพิเศษให้กับการซื้อสินค้าเพิ่มเติม ช่วยให้ร้านค้าสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นต่อคำสั่งซื้อ


สร้างและจัดการ Add-on Deals ได้ง่าย

- จัดกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกันในร้านค้าของคุณ

- เลือกสินค้าหลัก และตั้งค่ากลุ่มสินค้ารองที่ต้องการจัดโปรโมชั่น

- ตั้งค่าส่วนลดสำหรับสินค้ารอง


ผู้ซื้อจะเห็นป้ายโปรโมชั่น Add-on Deal (ช้อปเพิ่มคุ้มกว่า) บนสินค้าของคุณ ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น


โปรโมชั่น Add-on Deal มีประโยชน์ดังนี้

- ผู้ซื้อคลิกเข้ามาชมสินค้ามากขึ้น

- ขายสินค้าได้มากขึ้นต่อคำสั่งซื้อ

- เพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า


3. สำหรับร้านค้าที่ต้องการเห็นผลไว


In Shop Flash Sale : ผู้ขายจะต้องทำโปรโมชั่น Flash Sale ในร้านค้าของคุณเอง ซึ่งสามารถตั้งโปรโมชั่นได้เองตามความต้องการของคุณเลย 


Flash Sale : เป็น Flash Sale ที่ทาง Shopee เชิญให้ร้านค้าของคุณเข้าร่วมโครงการ ซึ่งทางร้านค้าของคุณจะได้แสดงผลในหน้าแรกของแอพฯและเว็บใน Shopee ทันที 



หลักการตั้งราคาสินค้าและทำโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจซื้อสินค้าจากทางร้าน หากผู้ขายได้ทำตามกลยุทธ์ที่แนะนำมาได้ทั้งหมด เรื่องการขายของใน Shopee ก็จะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเลยทีเดียว ลองนำกลยุทธุ์เหล่านี้ไปเป็นแนวทางปรับใช้สำหรับการขายของออนไลน์บน Shopee ของคุณดูสิ รับรองยอดขายพุ่งทันตาเห็นแน่นอน 



หากใครสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งราคาสินค้าให้ตรงกับแบนด์ของคุณ และทำโปรโมชั่นแบบขั้นเทพ สามารถสมัครเรียนรู้เพิ่มเติมผ่านคอร์ส "WIN BUSINESS IN SHOPEE GAME คอร์สชนะสงครามราคาด้วยกลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่นครบสุดในช้อปปี้" โดยโปรไหม ได้เลย 

>>คลิกชมคอร์ส<<



ที่มาข้อมูล

  • WINBUSINESSINSHOPEEGAMEโดยโปรไหม