เรียนรู้ 12 Tense แบบถูกหลัก..ใช้เป๊ะ !!!
1947 views | 16/11/2021
Copy link to clipboard
Hathaichanok Yimchan
Content Creator


    หากพูดถึงเรื่องหลักไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง Tense หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ด้วยความสำคัญของเรื่องนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ประโยคสนทนาต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียน การสอบต่าง ๆ เราลองมาทำความรู้ Tense และค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แล้วเราจะค้นพบว่า 12 Tenses ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป....

    

    Tense คือ รูปประโยคของคำกริยาที่แสดงให้เห็นถึงเวลา ความต่อเนื่อง ความสมบูรณ์ และการกระทำ หรือถ้าให้พูดง่าย ๆ ก็คือ รูปของคำกริยาที่แสดงให้เห็นว่า การกระทำนั้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นมาแล้ว หรือยังไม่เกิด ซึ่ง Tense ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหรือ 3 ช่วงเวลาดยแต่ละช่วงเวลาแบ่งเป็น 4 แบบ และมีโครงสร้างประโยครวมถึงหลักการใช้ที่แตกต่างกัน : ปัจจุบันกาล (Present Tense) | อดีตกาล (Past Tense) | อนาคตกาล (Future Tense)



Present Tense บอกเล่าเรื่องราวในปัจจุบัน


Present Simple Tense โครงสร้าง: S. + V.1 (เติม s หรือ es)

บอกเล่าข้อเท็จจริงทั่วไป ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ …


ตัวอย่างประโยค

I eat rice every day. ฉันกินข้าวทุกวัน


Present Continuous Tense โครงสร้าง: S. + is, am, are + V. (เติม ing)

บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในอนาคตแน่ ๆ


ตัวอย่างประโยค 

I am eating rice now. ฉันกำลังกินข้าวอยู่ตอนนี้


Present Perfect Tense โครงสร้าง: S. + has, have + V.3

บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินเสร็จแล้ว เหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบัน


ตัวอย่างประโยค

I have eaten rice. ฉันกินข้าวแล้ว (กินเสร็จแล้ว)


Present Perfect Continuous Tense โครงสร้าง: S. + has, have + been + V. (เติม ing)

บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบันคล้าย Present Perfect Tense แต่เป็นการเน้นย้ำว่าทำอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างประโยค

I have been playing football since 8 o’clock. ฉันเล่นฟุตบอล (อย่างต่อเนื่อง) ตั้งแต่ 8 โมง



Past Tense บอกเล่าเรื่องราวในอดีต



Past Simple Tense โครงสร้าง: S. + V.2

บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้น ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง


ตัวอย่างประโยค 

I went to school yesterday. ฉันไปโรงเรียนเมื่อวานนี้


Past Continuous Tense โครงสร้าง: S. + was, were + V. (เติม ing) 

บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกขึ้นมา


ตัวอย่างประโยค

I saw a big elephant while I was walking to school. ฉันเห็นช้างตัวหนึ่งขณะที่ฉันกำลังเดินไปโรงเรียน


Past Perfect Tense โครงสร้าง: S. + had + V.3

บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอดีต ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์ตามมา


ตัวอย่างประโยค

I had eaten a pizza before I went to bed.

ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน (กินก่อน)


Past Perfect Continuous Tense โครงสร้าง:S. + had + been + V. (เติม ing)

บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งเน้นบอกเวลามากกว่าการกระทำ


ตัวอย่างประโยค

We had been walking for one hour when we saw that bird. พวกเราได้เดิน (ตั้ง) 1 ชั่วโมง (แน่ะ) ตอนที่พวกเราเห็นนกตัวนั้น



Future Tense บอกเล่าเรื่องราวในอนาคต



Future Simple Tense โครงสร้าง: S. + will + V.1

บอกเล่า คาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ตัวอย่างประโยค

I will go to school tomorrow. ฉันจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้ (คิดว่าต้องไป)


Future Continuous Tense โครงสร้าง: S. + will + be + V. (เติม ing)

บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอนาคต


ตัวอย่างประโยค

I will be reading books at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกำลังอ่านหนังสือเวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้


Future Perfect Tense โครงสร้าง: S. + will + have + V.3

บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอนาคต


ตัวอย่างประโยค

She will have gone when you arrive. หล่อน(คง)จะไปแล้ว เมื่อคุณมาถึง


Future Perfect Continuous Tense โครงสร้าง: S. + will + have + been + V. (เติม ing)

บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนิมมาได้ระยะเวลาหนึ่งในอนาคต ก่อนมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา


ตัวอย่างประโยค

I will have been eating breakfast for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะได้กำลังกินข้าวเช้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้ว ณ เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้

ที่มาข้อมูล

  • สรุปการใช้tenseทั้ง12Tensesอย่างละเอียดครอบคลุมเข้าใจง่าย–NSRUBLOG